นาฬิกาบางเฉียบจาก VACHERON CONSTANTIN

ขณะนี้อะไรๆก็ต้องขอให้บางเข้าไว้ก่อน ไม่ว่าจะเป็นจอโทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค ไปจนกระทั้งองค์เอวของสาวๆที่หนุ่มๆอยากคบด้วย นาฬิกาเองก็เผชิญหน้ากับความบางเช่นเดียวกัน ซึ่งไม่แน่ว่าจะกลายเป็นปรากฏการณ์หลังจากสไตล์โอเวอร์ไซส์กลายเป็นเทรนด์เด่นมานานปี ทั้งที่ในอดีตแล้ว ช่างนาฬิกาสร้างสรรค์กลไกบางเฉียบก็เพื่อทำให้นาฬิกาพกสามารถใส่กระเป๋าเสื้อได้สะดวก หรือทำให้นาฬิกาข้อมือสวมใส่สบาย (หรือไม่ก็เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าอื่นแกะเครื่องไปเลียนแบบได้ง่ายๆ)
“ปกติคาลิเบอร์ที่หนาประมาณ 3 มม. ก็ถือว่าทำยากแล้ว แต่ถ้าน้อยกว่า 2 มม. นี่ต้องปรบมือให้เลยครับ” คริสเตียน เซลโมนีหัวหน้าแผนกพัฒนาผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ Vacheron Constantin กล่าว แล้วก็ปรบมือให้จริงๆเมื่อแบรนด์นาฬิกาเก่าแก่ที่สุดในโลก (ตั้งแต่ปีค.ศ. 1755) นี้ได้พลิกฟื้นประวัติศาสตร์ของนาฬิกาด้วยการนำกลไกขนาดบางเฉียบมาผลิตใหม่และใส่ไว้ในนาฬิกาคอลเลคชั่น “Historiques” คอลเลคชั่นประวัติศาสตร์สำหรับผู้ที่อยากเจาะอดีตหาเวลา ซึ่งมีด้วยกันสองรุ่น นั่นคือรุ่น Historiques Ultra – fine 1955 และ Historiques Ultra – fine 1968
แต่ก่อนจะกล่าวถึงนาฬิกาสองรุ่นนั้น ขอเจาะอดีตโดยรวมกันสักนิด...กล่าวคือ แบรนด์วาเชอรง คอนสแตนเติน เริ่มผลิตนาฬิกาบางเฉียบในช่วงศตวรรษที่ 20 ซึ่งถือเป็นยุคทองของนาฬิกาแบบบางเลยก็ว่าได้ ผลงานเด่นๆในยุคนั้นมีทั้งคาลิเบอร์หนา 2.63 มม. ในนาฬิกาพกตัวเรือนแพลทินั่ม (ค.ศ.1926) ไปจนกระทั่งคาลิเบอร์หนา 0.94 มม.ซึ่งเป็นสถิติใหม่ในนาฬิกาพก (ค.ศ. 1931) รวมทั้งคาลิเบอร์ของนาฬิกาข้อมือที่มีคอมพลิเคชั่นมินิทรี พีทเตอร์ซึ่งหนาเพียง 3.28 มม. (ค.ศ. 1992)

สำหรับนาฬิกา Historiques Ultra – fine 1955 ที่ผลิตขึ้นมาใหม่นี้นำแบบมาจากคาลิเบอร์ 1003 ซึ่งผลิตขึ้นมาครั้งแรกในปีค.ศ.1955 เพื่อฉลองศตวรรษของแบรนด์ (และปีนี้กลไกที่ว่าก็ครบรอบ 55 ปี พอดี) และยังคงครองตำแหน่งคาลิเบอร์ขึ้นลานด้วยมือที่บางที่สุดในโลกจนกระทั่งปัจจุบันมีขยาดเพียง 1.64 มม. และในปีค.ศ.1003 ซึ่งเคยบรรจุอยู่ในนาฬิกาข้อมือที่บางที่สุดในโลก (4.54 มม.) มาปรับโฉม ใหม่ โดยคงความคลาสิกของตัวเรือนกลมทำด้วยทอง หน้าปัดเรียบง่าย แต่ยิ่งบางลงจนได้ชื่อว่าเป็นนาฬิกาขึ้นลานด้วยมือที่บางที่สุดในโลกในขณะนี้ (4.10 มม.) ทั้งยังทำงานเต็มประสิทธิภาพโดยสำรองพลังงานได้นานกว่า 30 ชั่วโมง ส่วนนาฬิการุ่น Historiques Ultra – fine 1968 นั้น บรรจุคาลิเบอร์ 1120 ซึ่งผลิตขึ้นในปีค.ศ. 1968 แม้จะไม่ได้สร้างสถิติโลกใดๆ แต่ก็เรียกความสนใจจากนักสะสมนาฬิกาได้ด้วยเป็นกลไกขึ้นลานอัตโนมัติขนาดบาง 2.45 มม. (ในยุคนั้น คาลิเบอร์อัตโนมัติส่วนใหญ่จะหนาประมาณ 5 มม.) ส่วนในปีค.ศ.2010 นี้ ยังคงสไตล์ของตัวเรือนเหลี่ยมที่ชวนให้นึกถึงยุคสวิงกิ้งซิกตี้ส์ แต่ปรับความหนาของตัวเรือนนาฬิกาในเล็กลงกว่าเดิมจาก 6.52 มม. จนเหลือ 5.50 มม. รวมทั้งปรับปรุงคาลิเบอร์ให้กันน้ำได้ลึก 30 เมตร สำรองพลังงานนาน 40 ชั่วโมง และตกแต่งลายที่ตุ้มเหวี่ยงถ่วงน้ำหนักทำด้วยทอง 18k จากทั้งหมดที่กล่าวมา แม้ความบางเฉียบของกลไกจะไม่ถือเป็นคอมพลิเคชั่นอันซับซ้อนของนาฬิกา แต่ก็เรียกได้ว่านาฬิกาเหล่านี้คือ งานสร้างสรรค์สุดซับซ้อนอย่างแท้จริง