ขายกระเป๋าหลุยส์คอลเลคชั่น Pastel Dream

กระเป๋าหลุยส์ วิตตองหลุยส์ วิตตอง (LOUIS VUITTON) พาเราก้าวเข้าสู่อีกโลกหนึ่งของหญิงสาวที่เต็มไปด้วย สีสันสวยหวานบนเสื้อผ้าหลากมิติลึกล้ำ
หากมองย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้วในรันเวย์แฟชั่นโชว์ ณ กรุงปารีส หลุยส์ วิตตองได้นำเสนอคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว 2011 ในลุคเซ็กซี่โทนสีดำและกรมท่า แต่เมื่อมาถึงฤดูกาลใหม่นี้ หญิงสาวในแบบฉบับหลุยส์ วิตตองได้ถูกนำมาตีความใหม่และนำเสนอออกมาในอีกมุมมองหนึ่ง หญิงสาวในฤดูกาลนี้เป็นผู้หญิงที่สวยหวาน ชวนฝัน เพียบพร้อมด้วยเสน่ห์และความโรแมนติก เพราะฉะนั้นความเซ็กซี่เย้ายวน จากฤดูกาลที่แล้ว จึงได้รับการแปรเปลี่ยนให้เป็นความอ่อนหวาน โทนสีเข้มขรึมเปลี่ยนเป็นสีพาสเทล รวมทั้งโครงชุดที่มีเส้นสายโค้งเว้าและพลิ้วไหวมากขึ้น กระทั่งสีทองอันเป็นเอกลักษณ์ของหลุยส์ วิตตองก็ถูกแทนที่ด้วยสีเงินแวววาวแทน “หลังจากความหนาและหนักในฤดูกาลที่แล้ว สิ่งที่เราต้องการ คืออะไรที่ดูอ่อนโยน น่าทะนุถนอมและเปราะบาง แต่ในขณะเดียวกันก็มีความแข็งแกร่งในตัวเอง” มาร์ค เจค็อบส์พูดถึงความพิเศษของการขายกระเป๋าคอลเลคชั่นนี้ที่ดูราวกับเป็นการเปิดศักราชสู่ฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน 2012 อย่างเต็มตัว และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เสียด้วย เมื่อได้สัมผัสเสื้อผ้า กระเป๋าและเครื่องประดับอย่างใกล้ชิดอีกครั้งในการจัดแสดงคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน 2012 ที่จัดขึ้น ณ เกาะฮ่องกงเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่ทางเข้าประดับป้ายสีขาวขนาดใหญ่ของหลุยส์ วิตตองประดับลายน่ารักชวนฝัน พร้อมไฟสีส้มส่องออกมาจากด้านหลัง คล้ายกับว่าเรากำลังจะก้าวเข้าสู่สวนสนุกในความฝันอย่างไรอย่างนั้น จากนั้นการพรีวิวชุดแต่ละชุดก็เริ่มขึ้น นางแบบแต่ละคนเดินออกมาเพี่ออวดองค์ประกอบเด่นของเสื้อผ้าในฤดูกาลนี้ทีละคน จากนั้นสื่อมวลซนทั้งหลายก็ได้รับเชิญให้เข้าไปยังห้องที่จัดไว้เหมือนเป็นแกลเลอรี่สีขาวสะอาดตาพร้อม “ม้าหมุน” ที่แน่นอนว่าจะขาดไปเสียไม่ได้ ขบวนนางแบบอวดโฉมเสื้อผ้าที่ได้รับการตัดเย็บอย่างประณีตในโทนสีพาสเทลท่ามกลางเครื่องประดับนานาชนิด แทรกด้วยภาพทิวทัศน์ของตึกระฟ้าและทะเลสีครามจากภายนอกหน้าต่าง คล้ายกับว่าเรากำลังอยู่ในโลกของสตรีท่ามกลางเหล่าบุรุษก็ไม่ปาน

เรื่องของกระบวนการผลิตในคอลเลคชั่นนี้ก็นับว่าเป็นสิ่งพิเศษเช่นกัน อย่างชุดกระโปรงสไตล์เบบี้ดอลส์ที่เคท มอส นางแบบชื่อดังสวมใส่เป็นชุดสุดท้ายก่อนปิดแฟชั่นโชว์หลุยส์ วิตตอง ที่ปารีสนั้นล้วนปักเลื่อมและขนนกด้วยมือทั้งสิ้น หรือชุดกระโปรงประดับดอกไม้ไล่ระดับเพื่อเล่นกับความเป็น “สามมิติ” ก็สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ได้ไม่น้อย แน่นอนว่ากว่าที่จะนำชุดแสนสวยเหล่านี้มาให้สื่อมวลชนที่เข้าร่วมพรีเซนเทชั่นการขายกระเป๋าและเสื้อผ้าแบรนด์ครั้งนี้ได้ชมกันก็ต้องใช้ความระมัดระวังกันเป็นพิเศษเลยทีเดียว
นอกเหนือจากเสื้อผ้าที่เหล่านางแบบ “สวมใส่” แล้ว สิ่งที่พวกเธอ “ถือ” อยู่ในฐานะแอ็กเซสเซอรี่อย่างกระเป๋าหรือก็น่าสนใจไม่น้อย อย่างกระเป๋ารุ่น‘ล็อคอิท’ (Lockit) ไอเท็มชิ้นเด่นของฤดูกาลที่แล้ว และรุ่นยอดนิยมตลอดกาลอย่าง ‘สปีดี้' (Speedy) ก็ถูกนำมาปรับปรุงโฉมใหม่ให้อ่อนหวานและนุ่มนวลมากขึ้น โดยกระเป๋าล็อคอิทคอลเลคชั่นนี้ทำจากไนล่อนโปร่งลายโมโนแกรม พร้อมมีกระเป๋าขนาดเล็กพิมพ์ลายเดียวกันซ่อนไว้ด้านใน ในขณะที่กระเป๋าสปีดี้ในคอลเลกชั่นนี้ได้บอกลาหนังสีนํ้าตาลลายโมโนแกรมแล้วแปลงโฉมมาเป็นยีนส์ฟอกทอด้ายสีเงินประดับเข้าไปแทน และยังมีกระเป๋าทรงตะกร้าฉลุลายทำจากหนังลูกวัวโทนสีเมทัลลิก เพิ่มลูกเล่นด้วยการฉลุลายและการปั้มนูน แต่นางเอกของเหล่ากระเป๋าในคอลเลคชั่นนี้คงต้องยกให้กับกระเป๋าราตรี “มิโนดิแยร์” (Minaudiere) รังสรรค์จาก “เปลือกไข่” ทั่วทั้งใบโดยใช้ชิ้นส่วนเปลือกไข่กว่า 12,500 ชิ้นและใช้เวลาผลิตรวมกว่า 600 ชั่วโมง เรียกว่าเป็นงานศิลป์ชิ้นหนึ่งก็คงไม่ผิดเลยแม้แต่น้อย การตีความใหม่นี้ได้สะท้อนตัวตนของหญิงสาวในอีกแง่มุมมีสาวเปรี้ยวก็ต้องมีสาวหวานเป็นธรรมดา ดั่งถ้อยคำซึ่งเขียนไว้ในบัตรเชิญของแฟชั่นโชว์หลุยส์ วิตตองที่ปารีสที่ว่าแบรนด์อันมีประวัติและชื่อเสียงสั่งสมมาอย่างยาวนานนี้กำลังเดินทางถึงจุดแวะพัก “ณ สถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยความ สนุกสนาน และอบอวลไปด้วยความรัก”