CHANEL NO.5

หากกระเป๋า Louis Vuitton คือกระเป๋าที่ถูกก๊อปปี้มากที่สุดในโลก  น้ำหอม Chanel No.5 ก็คงเป็นน้ำหอมที่มีคนพยายามเลียนแบบมากที่สุดเช่นกัน  เสียแต่ว่าไม่มีใครประสบความสำเร็จในการเลียนแบบกลิ่นที่เป็นอมตะสุดคลาสสิคกลิ่นนี้

Chanel No.5 เกิดขึ้นหลังจากที่ โคโค่ ชาแนล ได้พบกับ เอิร์นเนสท์ โบวส์ ผู้สืบทอดจากตระกูลทำน้ำหอมโดยตรงจากรัสเซีย  จนได้ชื่อว่า Czar’s Official Perfumer  เธอถกเถียงถึงน้ำหอมกลิ่นใหม่ที่เธออยากได้กับ Emest ในห้องแล็ปของเขา  ในสมัยนั้นน้ำหอมทั่วไปประกอบไปด้วย Monoflora-violet กุหลาบ ดอกส้มและบรรจุในขวดหรูหราสุดวิจิตร  แต่นั่นเป็นสิ่งที่โคโค่เบื่อเต็มที  เธออยากได้น้ำหอมกลิ่นใหม่ที่ “รวบรวมทุกอย่างไว้ทั้งหมด” และนั่นคือที่มาของน้ำหอม Chanel No.5

Chanel No.5 ประกอบด้วยส่วนผสมกว่า 80 ชนิด  ส่วนผสมหลักๆ คือดอกมะลิ ซึ่งปลูกโดยไร่ของ Joseph Mul มาตั้งแต่ปี 1921 มาจนถึงปัจจุบัน  อีกอย่างคือ Ylang Ylang (หรือกระดังงา)  ดอกไม้สุดแสนเอ็กโซติกที่เติบโตในเกาะ Comores ฝั่งตะวันตกของแอฟริกา  Patchouli ใบไม้แห้งจากอินโดนิเซีย  ดอกส้มและเครื่องเทศอีกมากมายรวมถึง Clove ที่เป็นส่วนผสมหลักของน้ำหอมมาตั้งแต่ปี 1920s  รวมถึงดอกกุหลาบที่ปลูกที่ไร่ของ Joseph Mul เช่นเดียวกัน

ทั้งหมดหลอมรวมเป็นน้ำสีส้มทองโปร่งแสงบรรจุในขวดเหลี่ยมคริสตัลใสที่กลายเป็นซิกเนเจอร์ของ Chanel No.5

โคโค่แนะนำให้ผู้คนทั่วโลกรู้จักกับน้ำหอมสุดคลาสสิคนี้อย่างช้าๆ เริ่มจากการทดสอบด้วยการชวนเพื่อนของ Emest มาดินเนอร์บนภัตตาคารหรูและเธอก็ตั้งขวดน้ำหอมไว้บนโต๊ะ  โดยทุกครั้งที่มีหญิงสาวเดินผ่านโต๊ะของเธอ เธอจะบีบกระเปาะลมที่ขวดน้ำหอมให้กลิ่นกระจายฟุ้งไปในอากาศ  และกลิ่นนั้นทำให้ผู้หญิงทุกคนหยุดเดิน  และควานหาความหอมที่กระจายตัวในค่ำคืนนั้น  นอกจากนี้เธอยังฉีดพรม Chanel No.5 ไปทั่วร้านเสื้อของเธอเพื่อเพิ่มอรรถรสระหว่างการช้อป  แต่ปรากฏว่าบรรดาสาวเล็ก สาวใหญ่ที่ได้กลิ่นต่างก็ไต่ถามเธอตลอดว่า “นี่มันกลิ่นหอมอะไรน่ะ?”

ตั้งแต่พรีเซนเตอร์อย่างแคทเธอรีน  เดอเนิฟ ไปจนถึง นิโคล คิดแมน ที่เฉิดฉายในแคมเปญที่ว่ากันว่าแพงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในวงการโฆษณา  และล่าสุดกับ ออเดรย์ โตตู  แม้ Chanel No.5 จะผ่านกาลเวลามาเกือบหนึ่งศตวรรษแล้วก็ตาม  แต่ความหอมที่เหมือนไม่มีวันจบสิ้นนี้ยังคงอยู่  และขายดีขึ้นเรื่อยๆ จนเคยทำสถิติถึง 55 วินาทีต่อหนึ่งขวดมาแล้ว !

และนั่นทำให้ Chanel No.5 ไม่ได้เป็นเพียงน้ำหอมแต่มันเป็นไอเท็มคลาสสิคตลอดกาลของวงการแฟชั่น  เพราะแม้แต่ มาริลีน มอนโร เมื่อนักข่าวถามว่าเธอใส่อะไรเวลานอน เธอยังตอบว่า “เวลานอนฉันใส่แค่ Chanel No.5 เท่านั้น”