การเปิดตัวกระเป๋าหลุยส์

กระเป๋าหลุยส์การนำเสนอสินค้าให้ลูกค้าด้วยการสำรวจความต้องการการผลิตสินค้าตามความต้องการนั้น เหมือนกับกระบวนการผลิตสินค้าทั่วๆไป ในวงการกระเป๋าแฟชั่นจะไม่เรียกว่า ฝ่ายรับ เพราะจะกลายเป็น Second Mover
ก่อนหน้าที่จอห์น กัลป์ลิอาโน (John Gallino) จะเปิดตัวเสื้อผ้าแนวรุ่งริ่ง ก็ปรากฏแนวคิดที่ว่า ถ้า Christian Dior ทำเสื้อผ้าในสไตล์รุ่งริ่งบ้าง ก็คงจะดีนะ ตีพิมพ์ลงในคอลัมน์วิจารณ์แฟชั่นของหนังสือพิมพ์ก่อนแล้ว ถือเป็นความปรารถนาที่จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในแบบ “New Look” แต่กลุ่มลูกค้าเดิมคงไม่มีใครอยากเห็น Dior ทำเสื้อผ้าแนวขาดวิ่นออกมาแน่นอน การผลิตเสื้อผ้าของห้องเสื้อชั้นสูงจำเป็นต้อง กำหนดแนวโน้มของแฟชั่น ความเป็นคอลเล็กชั่น ต้องสร้างสรรค์ผลงานโดยกำหนดแนวโน้มของแฟชั่นเป็นคอลเล็กชั่น ต้องสร้างสรรค์ผลงานโดยการอาศัยปัจจัยแวดล้อมหลายๆ ด้าน เพื่อจะเป็นผู้นำเทรนด์ในโลกแฟชั่นการวิ่งไล่ตามกระแสความต้องการพื้นๆ ทั่วๆ ไปจึงอาจดูเป็นเรื่องที่ล้าสมัยการสร้างสรรค์ดีไซน์ใหม่ๆ ก่อนที่จะคิดถึงความต้องการจำเป็นต้องอ่านความรู้สึกและเทรนด์ให้ออกเสียก่อน ทั้งยังต้องคิดให้นำหน้ายุคสมัยด้วยคอลเล็กชั่นที่จะเปิดตัวในอีก 2 ปีข้างหน้าด้วย
การรักษาความร่วมสมัยโดยการ “ปฏิรูป” เป็นเรื่องที่สำคัญ แต่ถึงอย่างนั้นการฝันถึงอนาคตข้างหน้าก็ใช่ว่าจะไม่สำคัญ ถ้าไม่บอกให้ชัดเจนว่าแบรนด์ของตนจะเป็นอย่างไรในอนาคต ทั้งคุณสมบัติของแบรนด์และการแบ่งแยกจากแบรนด์อื่นก็คงจะไม่เกิดขึ้น

พูดถึงการใช้ตัวสินค้าเพื่อสะท้อนให้เห็นความฝันที่ใกล้เข้ามาดีไซเนอร์สัญชาติญี่ปุ่นที่เป็นเจ้าของกระเป๋าแบรนด์ปารีสเก่งมากในเรื่องนี้ยกตัวอย่าง อิซเซ มิยาเกะ (Issey) ซึ่งอดีตประธานฮาตะเคยมอบหมายงานให้บ่อยๆ “A - POC” และ “PLEATS PLEASE” นั้นไม่ต้องพูดถึง แค่สินค้าที่วางเรียงรายอยู่นิ่งๆ ในร้านยังดึงดูดความสนใจการใช้วัสดุแห่งอนาคต เช่น ผ้าลินินที่ทอจากเชือกเกลียวซึ่งทำจากกระดาษสาของญี่ปุ่นผสมกับปอเทียม ชวนให้สงสัยว่าที่ Shima Seiki Manufacturing และ Brother Industries มีเครื่องจักรที่สามารถผลิตเสื้อผ้านี้ได้ด้วยหรือ ซึ่งบางทีก็พลอยทำให้คิดไปถึงพื้นฐานของเทคโนโลยีกระเป๋าหลุยส์
ปกติจะเป็น Louis Vuitton ที่ยึดมั่นในหลักการ แต่สำหรับ Millenium Collection คอลเลกชั่นที่ระลึกปี 2000 มีสินค้ารูปแบบใหม่เปิดตัวออกมามากมาย เช่น Epi Cyber ซึ่งใช้วัตถุดิบที่นำให้ลวดลาย Monogram เรืองแสงขึ้นมาเมื่อส่องกับไฟแบล็คไลท์
ครั้งหนึ่ง Louis Vuitton เคยท้าทายที่จะใช้พลาสติกเป็นวัตถุดิบ ในการทำหีบอยู่เหมือนกัน สินค้านั้นก็เลยได้ชื่อว่า Challenge แต่ผลิตออกมาเพียงนิดหน่อยแล้วก็เลิกผลิตไปทันที ว่ากันว่าสาเหตุก็เพราะช่างฝีมือไม่คุ้นกับความแข็งและน้ำหนักของพลาสติกในการนำมาผลิตเป็นกระเป๋าหลุยส์นั่นเอง
สำหรับสินค้าของ Louis Vuitton การดีไซน์รูปแบบให้ล้ำสมัย เป็นหน้าที่ของมาร์ค จาคอบส์ และดีไซเนอร์ที่มาร์ค จาคอบส์พามาร่วมออกแบบกระเป๋าหลุยส์
Market In (ลูกค้าคือพระเจ้า) เป็นสิ่งสำคัญ แต่การสร้างความมีระดับโดยดีไซเนอร์ชั้นนำแห่งยุคมีบ้างที่ต้องเป็น Product Out (Product Out: การป้อนสินค้าและบริการสู่ตลาดตามแผนการผลิตและจัดจำหน่ายในแบบธุรกิจมีระดับ)